BTemplates.com

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปีคาจูสีเหลือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปีคาจูสีเหลือง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

พวกเราดูความน่ารัก สดใส และประวัติความเป็นมาของปีคาจูเถอะ


สวัสดีค่ะท่านผู้ชม  เราเจอกันอีกแล้วนะค่ะ  วันนี้เราขอนำเสนอตุ๊กตาโปเกม่อน  ตุ๊กตาปีกาจู น่ารักน่าฟัดจริงๆอะไรจริง เรามาดูกันว่าตุ๊กตาโปเกม่อนปีคาจูมีลักษณะรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ    เมื่อเจ้าปีคาจูยืนตรง  ปีคาจูจะสูงถึง 1 ฟุต 4 นิ้วค่ะ  ตุ๊กตาโปเกม่อนปีคาจูคล้ายสัตว์ชนิดหนึ่งนั้นก็คือหนูนั่นเอง   เป็นกลุ่มโปเกม่อน ประเภทไฟฟ้า   และยังเป็นโปเกมอนตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้น    การออกแบบตั้งใจจะให้เกี่ยวพันกับแนวคิดเรื่องไฟฟ้า  เจ้าตัวปีคาจูนั่นมีขนสีเหลืองขนนั่นค่อนข้างสั้น   แต่รู้ไหมว่ามันมีแต้มสีน้ำตาลปกคลุมแผ่นหลังและบางส่วนของหางรูปสายฟ้า  และยังมีหูแหลมแต้มด้วยสีดำ  และถุงเก็บกระแสไฟฟ้าสีแดงอยู่ที่แก้มสองข้าง   ความสามารถของมันก็คือสร้างประกายไฟได้นั่นเอง



เหลือเชื่อเจ้าปีคาจูยังแบ่งออกเป็น 2 เพศเหมือนสัตว์อื่นๆ ทั่วไปเช่นหมาแมว  ปีกาจูเพศเมียจะมีรอยเว้าที่ปลายหางเป็นรูปหัวใจ  ปีคาจูจะจู่โจมโดยใช้ไฟฟ้าจากร่างกายตัวเองพุ่งไปยังคู่ต่อสู้    ในบริบทของแฟรนไชส์ ปีคาจูสามารถเปลี่ยนร่าง หรือพัฒนาร่าง เป็นไรชู เมื่อประสบกับหินสายฟ้า

เรามาดูเจ้าปีคาจูตอนปรากฏตัวในการ์ตูนในอนิเมะ กันก่อนดีไหมค่ะ  ท่านผู้ชมเคยสงสัยไหมว่า  ว่าเจ้าปีคาจูปรากฏตัวอย่างไร ในซีรี่ส์อะนิเมะและภาพยนตร์โปเกมอนนำเสนอการเดินทางของซาโตชิ หรือแอช เค็ตชัมไปยังตามที่ภูมิภาคต่างๆ  ในจักรวาลโปเกมอนนั่น  พวกเขานั่นเดินทางพร้อมกับกลุ่มเพื่อนร่วมทางที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา  ได้แก่ คาสึมิ  ทาเคชิ เค็นจิ ฮารุกะ มาซาโตะ ฮิคาริ  ไอริส  เด็นโตะ ยูเรกะ  เซเรนา แล้วก็ ซิตรอน 


ในช่วงแรกนั่น  เด็กชายจากเมืองมาซาระ  อายุครบ 10 ปีและพร้อมที่จะได้รับโปเกมอนตัวแรก  เนื่องจากตั้งใจจะเป็นโปเกมอนมาสเตอร์ คืนก่อนที่เขาได้รับโปเกมอนเริ่มต้น  เขาได้ผันว่าได้รับโปเกมอนและละเมอทำลายนาฬิกาปลุกของของเอง  ซาโตชิวิ่งไปยังห้องทดลองของศาสตราจารย์ออคิโด   ซึ่งพบว่าโปเกมอนเริ่มต้นถูกแจกให้คนอื่นไปแล้ว  ศาสตราจารย์ออคิโดบอกซาโตชิว่ายังมีโปเกมอนเหลืออยู่อีกหนึ่งตัว  นั่นก็คือ ปีคาจูนั่นเอง   ตอนเจอกันใหม่ๆนั่น  ปีคาจูค่อนข้างดื้อและไม่ยอมเชื่อฟังซาโตชิ   แถมยังปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่เขาบ่อยครั้งและไม่ยอมเข้าไปอยู่ในมอนสเตอร์บอลเหมือนกับโปเกมอนตัวอื่นๆ ถึงอย่างไรก็ตาม ซาโตชิก็ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องปีคาจูจากฝูงโอนิซุซุเมะ